[SF]Real 2PM ep.1 : JunHo part

posted on 28 Apr 2011 20:39 by angel-park-03world  in Shortfic
[SF] Real 2PM ep.1 : JunHo part
 
 
 
 
 
ChanSung x JunHo , Nichkun x WooYong
 
 
 
 
- Note : ฟิคเเต่ละตอนจะเหมือนกับบ่ายสองเเต่ละคนออกมาเล่าเรื่องให้เราฟังนะคะ เป็น MC เปิดรายการอะไรเเบบนี้ คือเเรงบันดาลใจมันมาจากรายการไวล์ดบันนี่ที่ให้สมาชิกเเต่ละคนออกมาบรรยายเรื่องเเต่ละ ep.
อีกเเรงบันดาลใจคือ Real PM 555 เลยออกมาเป็นฟิคสั้น เรียลทูพีเอ็มค่ะ
เรียลตัวนี้เป็นทั้งเรียลลิตี้เเละเรียลที่เเปลว่าเรียล(?)  หวังว่าจะชอบกันนะคะ
 
 
 
 
 
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
 
 
 
 
 

หลังจากที่นั่งเมื่อยอยู่บนเครื่องอยู่นาน ในที่สุดพวกเราก็ถึงซักที !

 

“อันนยองฮาเซโยแทกุกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ! >[]<”

 

สมกับเป็นอูยอง โหวกเหวกมาตั้งแต่ก้าวลงเครื่อง

 

“อ่า.. คิดถึงจัง ผมกลับมาแล้วนะ”

 

พี่คุณเองก็ยิ้มไม่หุบเลยตั้งแต่ขึ้นเครื่องมา คงจะดีใจที่ได้กลับมาบ้านเกิดสินะ

 

สวัสดีครับทุกคน ผม อีจุนโฮ 2PM กลับมาพบกับผมใน Real 2PM อีกแล้ว ตอนนี้เราอยู่ที่ไทยครับ เรามาจัดงานมีตติ้งเล็กๆที่นี่ แล้วแฟนๆก็ยังคงมารับเราที่สนามบินหนาแน่นเหมือนเดิม ทั้งเสียงกรี๊ด แล้วก็ป้ายไฟ

 

มีป้ายไฟผมเยอะขึ้นกว่าเดิมอีก เรตติ้งดีขึ้น นี่สินะจุนโฮซีซั่นกำลังจะมา !

 

โอ๊ะนั่น !

 

“พี่จุนซู พี่จุนซู ดูนั่นสิ จุนบราเทอร์หล่ะ”

 

ผมเดินไปกอดคอแล้วชี้ไปที่ป้ายไฟคู่ของผมกับพี่จุนซู

 

 

แหม..ก็นานๆทีจะมีให้เห็นนี่นา

 

 

“จริงด้วย ฮอตเทสคนนั้นน่าให้รางวัลเนอะ”

 

 

ตึกกก

 

 


ไอ้บ้าชาน คนยืนกันอยู่ไม่เห็นรึไงนะเอาร่างหมีหมีชนมาได้ หมอนี่เป็นอะไรไม่รู้ตั้งแต่เมื่อวาน

ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ ก็แค่ไม่คุยกับผม แค่นั้น …

 

พวกเรานั่งแยกรถกันไป 2 คัน ผมไม่ไปนั่งคันหมอนั่นให้หงุดหงิดหรอก ผมเลยเกาะหนึบพี่จุนซูแล้วขึ้นรถอีกคันมาด้วยกันพร้อมกับพี่แทคยอน

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด จุนโฮ$^%$*##%&#*ชานซอง#%%%^%#%%$ >[]< ”

(กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด จุนโฮไปนั่งคันนั้นได้ไงชานซองเดินไปโน่นแล้วนะคันโน้นๆ )


 พวกเค้าตระโกนอะไรกันนะแต่มีชื่อผมก็ดีแล้วต้องโบกมือเรียกเรตติ้งซักหน่อย

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดด #$#%%@&^&(*&จุนโฮอา~ ชานโฮ^&ชานโฮ T[]T ”

(กรี๊ดดดดดดดดดดด เค้าโบกมือให้ฉันจุนโฮจ๋า ~ ชานโฮสิชานโฮ)

 

อะไรกันนะเด็กพวกนี้ จะเรียกชื่อผมหรือชื่อชานก็เรียกดีๆสิ อย่าไปเรียกชานโฮแบบนี้สิ

ตอนนี้ผมไม่อยากได้ยินชื่อนั้น

 

 

 

“เฮ้ออออออ”

“เฮ้ออออออ”

 


อ้าว .. ไม่ได้มีแค่ผมที่ถอนหายใจอยู่คนเดียวหรอกเหรอ

 

“อ้าว อูยอง ทำไมถึงทำหน้าเบื่อโลกแบบนั้น ?”

 

ผมได้แต่นั่งใจลอยเอาขาจุ่มน้ำอยู่ริมสระไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าคนแก้มอูมข้างๆมานั่งตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 

“เฮ้อออออ อยากร้องไห้จริงๆเลยให้ตายสิ! “

 

ไม่ใช่อยากร้องไห้หรอก นายร้องไปแล้วต่างหากหล่ะอูยองเอ๋ย ตาทั้งบวมทั้งแดงแบบนั้น

ขนาดเด็กสามขวบยังดูออกเลย

=_=

 

“ร้องทำไม? ร้องไห้ในตอนที่อากาศดีแบบนี้น่าเสียดายออก เฮ้ออออออ..”

 

“ว่าแต่นายก็เหมือนกัน ถอนหายใจถอนหายใจทำไมซะมากมาย ?เสียดดายอากาศที่สูดเข้าไปออก”

 

“ก็มัน. . เฮ้ออออ”

 

ยิ่งคิดใจก็ยิ่งโหวงแบบแปลกๆ ชานซองไม่เคยเงียบใส่ผมนานขนาดนี้ ชานเป็นคนตรงๆ ส่วนมากถ้าโกรธใครหรือเครียดเรื่องอะไรก็จะเล่าให้ผมฟังทุกครั้ง แต่นี่ชานไม่ยอมคุยกับผมตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เฮ้ออออ

 

“เรื่อง.. ไอ่ชานใช่มั้ย?”

 

“ใช่ รู้ได้ไง ? อ้าวเฮ้ย แล้วนายร้องไห้ทำไม ?”

 

อูยองที่ดีใจที่สุดที่จะได้มาประเทศอันเป็นที่รักของคนที่เค้ารัก แต่ตอนนี้ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มมาตลอดบนเครื่องกับเต็มไปด้วยหยดน้ำตา

 

“เรื่องพี่คุณใช่มั้ย ?”

 

“ฮือออออออออออออ โดนนอกใจซะแล้ว คนหลายใจไม่รักษาสัญญา !”

 

ไม่รักษาสัญญา แค่ได้ยินก็จึ้กแล้ว

 

“ใช่ ! พวกไม่รักษาสัญญา ! ก่อนจะมาก็ตกลงกันซะดิบดีว่าจะแอบพาออกไปกินนั่น ไปเที่ยวที่นี่!”

 

“ใช่ ๆ เมื่อคืนสัญญากันไว้แล้วว่าจะพาหนีไปตอนกลางคืน แต่ตลอดทางที่อยู่บนรถก็เอาแต่พูดถึงตอนที่พาวิคตอเรียมาไทย ! บอกว่าครอบครัวพี่คุณชอบมากอย่างนั้น พาไปเที่ยวโน่นนั่นนี่บ้างหล่ะ วิคน่ารักแบบนั้นแบบนี้บ้างหล่ะ

ฮือออออออ น้อยใจนะเว้ย ! พักนี้อะไรก็ วิควิควิค ! โอ๊ยยย อังอัง T ^  T

 

 

ร่ายมาซะยาว แต่สุดท้ายแล้วมันก็คืออาการน้อยใจคนไทยนี่เอง

ผมเพิ่งรู้ว่านอกจากผมกับชานแล้วยังมีเมมเบอร์คนอื่นที่วางแผนหนีเที่ยวในคืนนี้อีก

 

“ แล้วนายรู้ได้ไง? พี่คุณบอกเรื่องแผนหนีเที่ยวเหรอ ?”

 

“เปล่าหรอก .. ฉันกับชานก็คุยกันว่าจะออกไปคืนนี้เหมือนกัน… . แต่ว่าช่างเถอะ”

 

“ ไปเองก็ได้วะ !”

“ไปเองก็ได้วะ ฮื่อออออ !”


ผมกับอูยองมองหน้ากันอัตโนมัติทันที ใจตรงกันไปแล้วมั้งวันนี้ !

เราตกลงเรื่องแผนกันซักพักแล้วก็แยกย้ายกันกลับห้องเพื่อไปเตรียมตัวสำหรับแผนหนีออกจากโรงแรมคืนนี้ !

 

10 : 10 PM ฤกษ์ดีที่จะออกไปจากห้องน่าอึดอัดนี่ซักที  ผมเดินออกจากห้องแต่ก็ไม่ลืมที่จะบอกอีกคน

อีกคนที่นั่งอ่านหนังสือเงียบ คนที่ไม่เปิดปากพูดกับผมเลยตั้งแต่เมื่อวาน

 

“ไปห้องพี่จุนซูนะ.. จะนอนก็ล็อคประตูไว้เลย จะไปนอนห้องอื่นเอง

 

ไม่มีเสียงตอบรับจากหมอนั่นอีกตามเคย

 

หึ.

 

หึ? เมื่อกี้ผมเพิ่งจะได้ยินเสียงหึจากเค้า ? แตพอผมหันไปแล้วยังเห็นนั่งอยู่ท่าเดิม คงหูฝาดสินะ

ยิ่งเห็นท่าทางนิ่งๆแบบนั้นก็ยิ่งหงุดหงิด ผมเลยเผลอปิดประตูห้องซะดังลั่นโดยไม่รู้ตัว

 

ชั้น 7 ทั้งทั้งชั้นนี้เป็นของพวกเราทั้งหมด ผมนอนคู่กับชาน พี่คุณคู่กับอูยอง แล้วก็พี่แทคยอนกับพี่จุนซู

ห้องของพวกเราไม่ได้อยู่ติดกัน แต่มีห้องผู้จัดการกับทีมงานประกบข้างซ้ายขวา กับฝั่งตรงกันข้าม

 

ก็คงกลัวว่าพวกเราจะออกไปไหนกันตอนกลางคืนนี่แหละ

ก่อนหน้านี้พวกเราเคยก่อวีรกรรมกันไว้ให้พวกเค้าปวดหัวกันมากมาย โดยเฉพาะตอนพี่เจย์อยู่นะ ฮ่าฮ่า,

 

“จะไปไหนเหรอจ๊ะจุนโฮ ?”

 

พี่สาวสไตล์ลิตที่อยู่ห้องตรงข้ามถามขึ้น

 

“จะไปคุยกับพี่จุนซูเรื่องเพลงนิดหน่อยครับนูน่า”

 

“งั้นเหรอ ? แต่อย่านอนดึกมากนะจ๊ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรงทำงานเอานะ ^ ^ ”

 

เธอยิ้มให้อย่างชื่นชมในสปิริตความเป็นนักร้องที่สนใจการฝึกซ้อมของผม

 

“นูน่าก็เหมือนกันแหละครับแต่งตัวสวยแบบนี้จะออกไปไหนเหรอ?”

 

“พวกพี่มีประชุมกันข้างล่างนิดหน่อยจ่ะ โอ้ ตายแล้วพี่สายมามากแล้ว,พี่ขอตัวนะจ๊ะจุนโฮ อย่านอนดึกหล่ะ”

 

“คร้าบบคร้าบบ ประชุมให้สนุกนะนูน่า ^ ^ “

 

ด่านแรก.. ผ่านวันนี้พวกพี่ผู้จัดการกับทีมงานทั้งหมดไปสังสรรค์กันข้างล่าง ประชุมงั้นเหรอ?

ไม่มีใครเค้าแต่งตัวเช้งแถมฉีดน้ำหอมฟุ้งแบบนั้นไปประชุมกันหรอกน่าพี่สาว -_-

แต่ก็ดีเหมือนกัน เท่านี้ก็แปลว่าชั้น 7 ทางสะดวก ผมรีบเดินไปที่บันไดหนีไฟด้วยเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“มานานแล้วเหรออูยอง ?”

 

 

อูยองในชุดสบายๆที่ชอบใส่เป็นประจำเสื้อยืดสีขาวลายสตรีทเท่ห์ ๆ กับกางเกงยีนต์พร้อมหมวก

เราแต่งตัวคล้ายกัน ต่างกันก็ที่ลายเสื้อสีขาวของผมกับกางเกงยีนต์เข้ารูปแล้วก็หมวก NY

 

หรือว่าวันนี้จะเป็นวันโฮด้งแห่งชาติ ?


“พี่มินแจอยู่ข้างล่างนั่นนะ กับการ์ดแล้วก็ทีมงานอีกเป็นสิบเลย เราจะออกไปได้ยังไง ?”

 

รู้จักผมน้อยไปซะแล้ว ศึกษาเส้นทางมาจากแผนที่หนีไฟที่แปะไว้ข้างถังดับเพลิงมาอย่างดีน่า

 

“ถ้าเราลงทางนี้ไปมันจะไปโผล่ที่หลังโรงแรมไงแล้วเราก็ออกไปแค่นั้นเอง ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่าเราจะเรียกแท๊กซี่ให้มาหาเราโดยที่ไม่มีใครเห็นได้รึเปล่า”

 

“แต่ยังไงทั้งทางเข้าและออกก็ยังน่ากลัวอยู่ดีนะ ไม่รู้ว่าจะมีคนสังกตเห็นเรารึเปล่า”

 

“ไม่ลองก็ไม่รู้ ! รีบไปกันเถอะ”

 

ผมลากอูยองลงมาตามบันไดหนีไฟเรามองซ้ายมองขวากกันอย่างดีเมื่อถึงทางออก แล้วก็รีบวิ่งไปที่มุมตึก

 

“โหยย ฮอตเทสประเทศนี้เค้าอึดกันจังเลยแฮะ”

 

จริงของอูยอง มีแฟนคลับเป็นจำนวนมากนั่งรอพวกเราอยู่หน้าโรงแรมเพื่อที่หวังจะเห็นพวกเราออกมาทักทาย

นี่ยังไม่รวมบางส่วนที่เนียนทำเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามานั่งรอในล็อบบี้ และบางส่วนมากที่จองห้องพักในชั้นที่ใกล้กับพวกเราไว้ล่วงหน้า แอบฟังเสียงอะไรกันแล้วเอาไปจิ้นใช่มั้ย? พวกผมรู้น่า

 

“อูด้งนั่นแท็กซี่ แต่ถ้าออกไปโบกจะต้องโดนจับได้แน่นอนเลย”

 

“เอางี้มั้ยเดี๋ยวฉันจะขึ้นไปบอกพี่คุณให้โทรตามแท็กซี่ให้พวกเราเอง พี่คุณโทรของที่นี่เป็นนี่”

ใช่แล้ว ให้พี่คุณโทรเรียกแท็กซี่จากศูนย์ แล้วก็ให้มารับเราสองคนไปเที่ยวอย่างแฮปปี้แอนด์ดิ้ง ~

 

“เฮ้ยย ! ไม่ได้ ๆ ถ้านายบอกเค้าก็รู้สิว่าเราสองคนจะแอบไปเที่ยวกัน =_=”

“นายว่าไฟ LED สีเดงๆนี่มันแปลว่ารถว่างรึเปล่า ?”

ตรงมุมที่เรายืนลับๆล่อๆอยู่ มันมองเห็นแท๊กซี่ได้ก็จริงอยู่ แต่มันไกลเกินกว่าที่ผมจะเห็นว่ามีผู้โดยสารนั่งมาด้วยรึเปล่า

 

“นั่นหน่ะ รถว่าง พี่คุณเคยบอกเอาไว้”

พี่คุณ พี่คุณ และพี่คุณ นายคงคิดถึงมากสินะ

 

“โอเค งั้นโบกละนะ”

ผมยื่นตัวออกไปเล็กน้อยเพื่อโบกแท็กซี่ดูเหมือนวันนี้มันจะเป็นวันของผมจริงๆ

ทำอะไรก็ดูเหมือนว่าจะโชคดีไปหมด

แท็กซี่สีเขียวเหลืองใกล้เข้ามาแล้วจอดลงตรงหน้าของพวกเรา

ผมกับอูยองไม่รอช้ารีบเปิดประตูหลังแล้วเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีใครห็นเรา

 

“#%$#%@##*&*”

(จะไปไหนกันครับ ?)


“ห๊ะ ? คุณพูดภาษาเกาหลีไม่ได้เหรอครับ? เอ่อ.. korea Korean

อูยองพยายามที่จะสื่อสารกับโซเฟอร์ด้วยภาษาของเรา

 

นี่ผมลืมไปได้ยังไงว่าที่นี่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ  ผมกับอูยองแทบจะไม่รู้อะไรเลยนอกจาก

‘สวัสดีครับผมชื่อจุนโฮ’ ‘ผมชอบแตงโม’ ‘ผมรักคุณ’ ‘ขอบคุณครับ’


โอ้ พระเจ้า หรือว่าแผนหนีเที่ยวของพวกเราจะจบลงแค่เท่านี้

 

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

- Real 2PM วันนี้ขอจบลงแค่เท่านี้ก่อนนะครับ ผมอีจุนโฮรายงานช่วยเม้นเป็นกำลังใจในการเปิดรายการครั้งแรกของผมแล้วก็ช่วยติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับว่าการหนีเที่ยวของพวกเราจะสำเร็จหรือไม่ I’ll be back =[]=

 

 

 

 

 

 

 

- เม้นนะคนดี เม้นเม้น +

 

 
 
 


edit @ 28 Apr 2011 21:35:17 by 'Anglepark

Fic.ChanHo Complicated love :: [♥ CHAPTER 6] The Stranger

posted on 28 Apr 2011 19:38 by angel-park-03world  in ChanHo
 
 
Fic. Complicated love
 
 
 
 

 
- CHAPTER 6 : The Stranger


 
:: Jun Brother , ChanHo , KhunWoo ,TaecJay (??) ::
 
 
 
 
 
 
 
-------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ผมมาถึงที่นี่เร็วกว่าเวลานัดยี่สิบนาที ตอนนี้บ่ายโมงสี่สิบแล้วแดดในตอนนี้ไม่ค่อยแรงมากรวมๆแล้วที่นี่ในตอนนี้อากาศดีกว่าเมื่อตอนนั้นมาก ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม ทั้งต้นไม้และใบหญ้า

ต่างกันก็แค่เพียงสีสันของดอกุหลาบที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันผลิดอกรับแสงแดด

 

ผมเพลิดเพลินไปกับการดูดอกไม้สูดอากาศบริสุทธิ์ไปเรื่อย  แสงแดดกับสายลมที่พัดอ่อนๆรวมกับดอกกุหลาบที่ผลิดอกอย่างสดใสผมได้แต่อยากเร่งเวลาให้คนที่ผมรอมาถึงที่นี่เร็วๆ                                                             อยากพูดคุย อยากกอด อยากใช้เวลาร่วมกันในสถานที่แห่งความทรงจำนี้ใจจะขาด

 

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆรอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้าของผมทันทีเมื่อรู้ว่าคนที่ตั้งน้าตั้งตารอมาถึงสามวันได้มาถึง

 

“มาช้าจังนะ พี่จุนซู”

 


แต่ใครจะรู้ว่าการมาของใครอีกคน จะทำชีวิตทั้งชีวิตของผม เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล..

 

 

 

 

“เอ่อ.. คุณ ?”

 

ร่างของผู้มาเยือนยังคงก้าวเข้ามาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่ตรงหน้าของจุนโฮ

 

ชายร่างสูงผมยาวประบ่าที่ดูเซอร์แบบมีคลาส ตาคมลึกกับจมูกโด่งได้รูป สวมเชิ้ตสีดำกับเสื้อผ้ามีราคา           ดูจากภายนอกแล้วคงอายุคราวเดียวกัน แต่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก ชายผู้นี้ยังคงจ้องมายังจุนโฮไม่วางตาไปไหน

 

ชายผู้นี้เป็นใคร ? เข้ามาทำอะไรที่แห่งนี้ ?

 

 

“อีจุนโฮ”

 

 

คนถูกเรียกชื่อตกใจอยู่ไม่น้อย

รู้จักชื่อ ก็แปลว่ารู้จัก แต่จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกัน

 

 

“มากับฉัน”

“ว่าไงนะ ?”

 

 

 

หมับบ

 


ร่างสูงไม่เพียงไม่ตอบคำถามร่างตรงน้า ไม่แม้แต่จะแนะนำตัวให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน

แต่กลับคว้าข้อมือเล็กแล้วออกแรงกระชากให้ตามมา จุนโฮที่ไม่ได้ตั้งตัวจึงได้แต่เซตามแรงกระชากของอีกคนจนแทบจะล้ม

 

“คุณ ! ปล่อยผมนะ ! นี่มันอะไรกัน !”

 

สติของในตอนนี้แทบจะไม่รับรู้อะไรเลยนอกจากคำว่า ‘กลัว’จุนโฮได้แต่ปกป้องตัวเองตามสัญชาติญาณ

 ทั้งดิ้นทั้งใช้มืออีกข้างเข้าตบตีแต่ก็ดูเหมือนว่าแรงทั้งหมดที่มีอยู่จะไม่สามารถทำให้ร่างสูงที่เอาแต่กระชากเค้าอย่างเอาแต่ใจเจ็บปวดได้เลย

 

 

“แรงเยอะดีนี่ ถ้าไม่อยากให้ฉันโมโห ก็อยู่นิ่งๆซะ”

 

 

ร่างสูงออกแรงบีบข้อมือเล็กเพียงเล็กน้อยก็สร้างความปวดร้าวกับจุนโฮไปทั้งแขน

 

 

ตุบบบ

 

 

ถุงที่ใส่กล่องเค้กได้ตกลงมาจากมือที่ไร้เรี่ยวแรงของจุนโฮ

เค้กเลเยอร์ช็อคโกแลตที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น เค้กที่ตั้งจจะมอบให้กับอีกคน ตอนนี้กลับเละไปบนพื้น

ความตั้งใจทั้งหมดถูกทิ้งไว้ตรงนั้นอย่างไม่ใยดี

 

“ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ !”

 

 

เจ็บ … รู้สึกอย่างกับว่าข้อมือจะหัก

 

 

“จุนซูมันทิ้งไปแล้วยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ ?”

 

 

“… . พูดบ้าอะไร ! ทำไมถึงได้รู้จักชื่อของผมกับพี่จุนซู ?”

 

“ไม่สงสัยเหรอว่าทำไมมันถึงหายไปหลายวัน? ไม่สงสัยเหรอว่าทำไมพักหลังนี้มันถึงไม่เข้ามาหา?

 

ฉันไม่อยากพล่ามเรื่องไร้สาระของมัน แต่เอาเป็นว่า ‘จุนซูมันขายนายให้ฉันแล้ว’”

 

รู้สึกเหมือนมีเข็มเป็นร้อยเล่มปักอยู่ที่คอ ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้อีก สมองที่เริ่มสับสน พร้อมกับหัวใจเต้นถี่ระรัวด้วยความกลัว

 

พี่จุนซูอยู่ไหน ?


ร่างสูงออกแรงกระชากให้ร่างเล็กของจุนโฮให้เดินตามอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าร่างเล็กไม่ขัดขืน แต่ว่าทั้งหมดที่ออกแรงไป มันช่างไร้ประโยชน์เสียเหลือเกิน

 

“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยผมที ! พี่จุนซู พี่จุนซูช่วยโฮด้วย !”

 

ไม่มีแม้แต่เงาของใครที่จะสามารถผ่านมาช่วยได้ ยิ่งโดนฉุดกระชากมาถึงรถสีดำคันหรู หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้ว กลับเต้นถี่ขึ้นด้วยความกลัว ชายร่างสูงคนนี้น่ากลัวเหลือเกิน …

 

 

ผลั่กกกกก

 


กระชากประตูรถมาได้ก็ผลักร่างเล็กตรงหน้าให้เข้าไปนั่งในรถคาดเข็มขัดนิรภัยให้ราวกับว่ากลัวอีกคนจะหนีไปไหน จากนั้นก็เดินกลับไปนั่งฝั่งของตนเองแล้วสตาร์ทรถอย่างใจเย็น

 ทันทีที่ตั้งสติได้จุนโฮจึงรีบปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วหันไปปลดล็อคประตู

 

กึกก


ประตูที่ถูกปลดออกกลับล็อคลงมาอีกครั้งด้วยคอนโซลฝั่งคนขับ

 

“คิดว่านายจะยอมไปนิ่งๆเหมือนตัวอื่นซะอีก , ฉันยังไม่อยากเล่นสนุกตอนนี้อยู่นิ่งๆเถอะ”

 

ร่างสูงพูดด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบ แต่น้ำเสียงและคำพูดที่พูดออกมาแต่ละคำ มันทั้งเย็นชาและแข็งกร้าวราวกับน้ำแข็งบาดลึกลงไปในใจของผู้ได้ยิน

 

“ผมไม่มีธุระกับคุณ!  แม้แต่ชื่อคุณผมก็ไม่รู้จัก ! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ ผมจะไปหาพี่จุนซู!”

 

“ ชื่อของฉันคือ ฮวาง ชานซอง . รู้จักชื่อกันแล้ว ทีนี้ก็ไปได้แล้วสินะ”

 

หันมาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนเดิมพร้อมกับขับรถตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็ว

 

“จอดเดี๋ยวนี้ ! ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น ! ผมจะรอพี่จุนซูที่นี่ !ปล่อย !”

 

ด้วยความกลัวที่เพิ่มมากขึ้น จุนโฮจึงหันไปทั้งทุบทั้งตีร่างของชานซองไม่ยั้งมือ

รถหยุดลงพร้อมกับร่างสูงที่หันมาพร้อมกับรวบมือที่กำลังทุบตีร่างของเค้าไว้ด้วยมือเดียว

ทุกสิ่งในหัวของจุนโฮตอนนี้ทั้งสับสนและวุ่นวายไปหมดอีกทั้งความกลัวที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกับความสงสัยมากมายภายในใจนั่นอีก

 

จุนซูอยู่ไหน? จุนซูขายเค้าให้ชายคนนี้แล้ว มันหมายความว่ายังไง ?

ชายที่ชื่อฮวางชานซองคนนี้เป็นใคร   จะพาเค้าไปไหน ? ต้องการอะไร ?


 

แต่ห้วงความคิดทั้งหลายได้ถูกทำลายลงด้วยสัมผัสเย็นเฉียบของโลหะที่ข้อมือทั้งสองข้าง

 

 

 

กุญแจมือ

 

 

“อยู่นิ่งๆอย่าเพิ่งซนตอนนี้ ถ้านายทำตัวไม่ดี ชีวิตจุนซูก็จะแย่ไปด้วย”

 

ร่างสูงโน้มตัวมารัดเข็มขัดนิรภัยให้ให้อีกครั้งโดยพาดทับแขนทั้งสองข้าง ทำให้จุนโฮในตอนนี้ไม่สามารถที่จะขยับตัวได้

 

“พี่จุนซูอยู่ไหน? เกิดอะไรขึ้นกับพี่จุนซู ?”

 

แค่ได้ยินว่า ชีวิตของจุนซูจะแย่ น้ำตาแห่งความกลัวที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง น้ำตาที่กลั้นเอาไว้มาตลอดกลับเอ่อล้นออกมา

 

ไม่มีเม้แต่คำตอบจากชานซอง

 

ร่างสูงขับรถไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจร่างเล็กที่อยู่ข้างเค้า อีกทั้งยังเป็นการขับรถที่ไม่สนใจเพื่อนร่วมถนน

ไม่สนใจแม้แต่กฎจราจร

 

 

 

 

 

 

 

 

“เป็นแค่สัตว์เลี้ยง นายไม่มีสิทธิขึ้นเสียงหรือตั้งคำถามให้เจ้านายตอบหรอก”

 

 

 

 

รถ BMW สีดำของชานซองเคลื่อนตัวเข้าไปในกรุงโซลด้วยความเร็ว เป็นเวลาเดียวกันกับที่รถอีกคันสวนทางกลับออกมาด้วยความเร่งรีบ

 

 

รถวอลโว่สีดำเคลื่อนที่ไปยังที่แห่งความทรงจำของเค้ากับคนคนนั้น...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คนที่ตอนนี้กำลังร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวอยู่บนรถอีกคัน

 

 

 

 

 

 


 

TBC .


 

 

 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
-------------------------------------------------------------------
 
angelparksaid ::  พี่ชานที่แสนดีออกมาเเล้ว -3- แอบน้อยใจกับเม้นกับยอดวิวที่มันค่อนข้างจะห่างกันเยอะเลย 5555555555
ตอนนี้บ้านไรท์เตอร์พายุเข้าเลยตื่นตระหนกไปหน่อย บรรยายผิดๆถูกๆกันเลยทีเดียว =_=; 
ไม่เข้าใจตรงไหนเม้นถามได้ เเวะผ่านมาก็เม้นกันได้
เม้น 1 เม้นทำให้คิดได้ 1 บรรทัด 10 เม้นคิดเรื่องได้หน้านึง 
- รักคนเม้นเเล้วก็ตอบเม้นเสมอนะ 8?
 
พีเอสสึ - ไรท์เตอร์น้อยใจจนหนีไปแต่ง ShortFic เเล้ว =[]= ! 5555555

 

edit @ 28 Apr 2011 20:24:19 by 'Anglepark

Fic.ChanHo Complicated love :: [♥ CHAPTER 5] kiss the rain

posted on 26 Apr 2011 21:45 by angel-park-03world  in ChanHo

 

 
Fic. Complicated love
 
 
 
 

 
CHAPTER 5 : kiss the rain

 
:: Jun Brother , ChanHo , KhunWoo ,TaecJay (??) ::
 
 
 
 
 
คำเเนะนำสำหรับผู้อ่าน :: พาร์ทนี้เป็น 2จุนพาร์ท เป็นความทรงจำวันละอ่อนของพี่น้องจุน สมัยที่ต้นรักยังไม่ผลิบาน ไม่เข้าใจตรงไหนเม้นถามได้นะ พาร์ทนี้ไรท์เตอร์งงๆเพราะฟ้าฝ่าที่บ้าน
ฝนตกไฟดับไป 4 ชั่วโมง เลยนั่งเเต่งท่ามกลางความมืดเเบบงงๆ(?) 
เอนจอยรี้ดดิ้ง & เม้นเม้นเม้น -..-
 
 
 
-------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 

 

ในที่สุดก็ถึงวันนี้ ! วันที่ทำให้ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น วันที่คนที่ไม่ค่อยขยันเข้าครัวอย่างจุนโฮตื่นมาอบเค้กเลเยอร์ช็อคโกแลตที่จุนซูชอบ

ถึงจะออกมาไม่ค่อยสวยเท่าในร้านแต่จุนโฮก็ภูมิใจกับมันเหลือเกิน อุตส่าห์ขอให้เจ้าของร้านสอนทำจนทำให้กลับบ้านดึกทุกวัน ตอนกินมันเข้าไป

 

 จุนซูจะดีใจมั้ยนะ ?

 

 

หันไปมองนาฬิกาเมื่อไหร่ก็ได้แต่ถอนหายใจ

เดินเร็วกว่านี้ไม่ได้รึไงนะ ? อยากเจอพี่จุนซูใจจะขาดแล้ว

2 วันเข้าไปแล้วที่ไม่ได้เจอจุนซูเลยแม้แต่เงาไปไหนของเค้ากันนะ

โทรศัพท์ก็ปิดเครื่องทั้งวัน ครั้งสุดท้ายที่โทรมานัดเวลาก็ยังเอาเบอร์แปลกโทรมาอีก

หนีเจ้าหนี้รึไงนะ ?

 

ช่างเถอะ ไว้เจอกันเมื่อไหร่จะกอดให้กระดูกหักเลย

ขอเตะวอลโว่ดำคันนั้นเป็นของแถมให้หายคิดถึงด้วยก็แล้วกัน

จุนโฮไม่ได้มาแถวนี้บ่อยนักด้วยความที่อยู่ไกลจากโซล

แต่สถานที่แห่งนี้ก็ยังคงเป็นที่ที่คิดถึงและอยากกลับมาหาอยู่ตลอดเวลา

ที่แห่งความทรงจำของจุนโฮกับจุนซู

จุนซูสารภาพรักกับเค้าที่นี่ ตรงนี้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว....

 

ชงจูเมืองเล็กๆที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและรายล้อมไปด้วยทะเลสาบและภูเขาจุนโฮเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่

ตั้งแต่ตอนขึ้นเกรด 10 โรงเรียนมัธยมที่จุนโฮเรียนอยู่ในตอนนั้นมีค่าเทอมสูงลิบ                                เนื่องจากเป็นสาขาเดียวกับมหาวิทยาลัยชื่อดังใจกลางกรุงโซล                                                            ผู้คนมากมายต่างใฝ่ฝันที่จะเข้าไปเรียนที่นั่นทั้งอาจารย์ผู้สอนระดับแนวหน้า

หรือแม้กระทั่งนักเรียนที่ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นลูกหลานนักธุรกิจและคนมีเชื่อเสียงระดับต้นๆของเกาหลีทั้งนั้น  หากจบจากที่นี่ไปแล้วจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับการทำงานระดับสูงในบริษัทชั้นนำของเกาหลีได้อย่างสบาย ๆ  ด้วยความที่จุนโฮเป็นนักเรียนทุนของที่นี่ตั้งแต่แรกทำให้ได้อาศัยอยู่ในหอพักของโรงเรียนฟรี

อีกทั้งยังได้จ่ายค่าเทอมเพียงแค่ครึ่งเดียวแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นจำนวนเงินที่สูงเกินไปสำหรับเด็กม.ปลาย      ที่หาเงินเองด้วยตัวคนเดียวอย่างเค้า ตลอด 3 ปีที่อยู่ที่นี่จุนโฮจึงต้องทั้งทำงานและเรียนอย่างหนักทุกวัน  เพื่อที่ย้ายไปเรียนมหา’ลัยที่โซลแล้วการเงินของเค้าจะได้ไม่ติดขัดมากนัก  ยิ่งได้ยินมาว่าค่าเทอมที่มหาลัยจะแพงขึ้น อีกทั้งยังไม่มีหอพักให้อยู่ฟรีเหมือนอยู่ที่นี่ก็ยิ่งต้องรีบหาเงินให้มากขึ้นกว่าเดิม

 

เวนิชเพลซ’ เมืองเวนิชจำลองท่ามกลางภูเขาและทะเลสาบทั้งบ้าน อาคารและร้านค้าต่างๆ

ต่างก็มีความเป็นกลิ่นอายของเวนิช น่าแปลกที่กลิ่นอายแบบยุโรปสามารถผสมผสานกับเสน่ห์ของดินแดนตะวันออกได้อย่างลงตัวที่นี่

 

จุนโฮทำงานพิเศษที่ร้านคาเฟ่เค้กเล็กๆในเมืองเวนิชแห่งนี้ ด้วยความที่อยู่ห่างจากโซลไม่ไกลนัก                 จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติเข้ามาให้พบเห็นเป็นจำนวนมาก ด้วยความที่เป็นคนทำงานรวดเร็วและยิ้มเก่งถึงแม้บางทีจะสื่อสารไม่ค่อยเข้าใจกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากนัก

 

แต่จุนโฮก็มักจะได้เงินพิเศษจากนักท่องเที่ยวเป็นประจำ ทั้งเงินและของฝากมากมาย แสดงให้ถึงความประทับใจที่นักท่องเที่ยวมีต่อหนุ่มเกาหลีตาหยีคนนี้เป็นอย่างดี

 

ท้องฟ้ายามบ่ายทีแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาพร้อมกับเม็ดฝนที่พลั่งพรูลงมายังพื้นดิน 

จุนโฮได้แต่เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นวิ่งฝ่าสายฝนเพื่อที่จะหาซักที่ให้หลบพัก แถวนี้ไม่มีร้านค้าหรือที่หลบฝนอื่นนอกจากสวนสไตล์อังกฤษแห่งนี้ สวนที่ไม่มีชื่อ ไม่มีเจ้าของอย่างชัดเจน

 

จุนโฮทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งสีน้ำตาลพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด

 

อีกนิดเดียวแท้ๆ อีกนิดเดียวก้จะถึงอยู่แล้วเชียว


ดอกกุหลาบและดอกไม้อีกหลากหลายพันธุ์ที่เค้าไม่รู้จักชื่อ

ดอกไม้ที่ยังคงสดสวยผลิดอกงดงามท่ามกลางสายฝนที่ไม่ว่าจะถาโถมลงมาหนักแค่ไหนก็ยังคงความสวยสดงดงามให้บรรดาผู้ได้พบเห็นได้เฝ้ามองราวกับต้องมนต์สะกดในความงามนั้น

 

ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำเทลงมานั้นปรากฏให้เห็นร่างของชายร่างสูงคนหนึ่ง

ผมสั้นที่ตัดได้ทรงรับกับคมหน้า ไหนจะเสื้อแบรนด์ดังที่ดูเข้ากันดีกับกางเกงยีนต์เข้ารูป

ดูภายนอกแล้วการแต่งตัวของผู้ชายคนนี้ออกจะดูดีเกินกว่าผู้ชายวัย 19 ต้นๆทั่วไป

 

เมื่อหันกลับมาจุนโฮแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นคนตรงหน้า

 

ตามมาอีกแล้วเหรอ ?


 

เป็นเวลาเกือบ 1 ปีเต็มแล้วที่ผู้ชายคนนี้มักจะปรากฏตัวต่อหน้าเค้า

ทั้งเวลาเลิกเรียน เวลาทำงาน  ระหว่างทางกลับบ้าน ราวกับว่าอยากตามมาส่ง อะไรทำนองนั้น

แต่ก็ไม่เคยสร้างความรำคาญให้จุนโฮเลย

แล้วก็เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้วเหมือนกัน ที่รุ่นพี่คนนี้บอกชอบเค้า

วันที่นักเรียนทุกคนในโรงเรียนมาร่วมแสดงความยินดีต่อรุ่นพี่ที่กำลังจะจบไป

จุนซูสารภาพว่าชอบอีจุนโฮอย่างหมดใจท่ามกลางเพื่อนร่วมโรงเรียนที่รายล้อมรอบตัวเค้าหลายร้อยคน

 

สุดท้ายแล้วจุนโฮก็ได้แต่วิ่งหนีออกมาจากวันนั้นจนถึงวันนี้จุนซูก็ยังคงเฝ้าตามจุนโฮอยู่แบบนี้ทุกวัน

 

หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเค้าไม่มีอะไรทำ ?

นักศึกษาปี 1 ส่วนมากก็ดูยุ่งกันทั้งนั้นทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ดูว่างมาตามแต่เค้าแบบนี้นะ ?

 

 

“ซอนเบ”

 

วิ่งออกไปหาแทบจะทันทีเมื่อเห็นร่างสูงเปียกฝนไปทั้งตัว เมื่อมองไปรอบรอบแล้วไม่เห็นวี่แววรถสีเทาของเค้า

 

หายใจเร็วขนาดนี้ วิ่งมาสินะ ?

 

 

“นี่ตามมาถึงนี่ได้ไง? แล้วรถไปไหน? ให้ตายสิอย่างน้อยก็ต้องเอาร่มติดตัวมาด้วยสิ ! ซอนเบเปียกไปหมดแล้วนะ ! ยืนนิ่งอยู่ทำไมอีก? เข้ามาในนี้สิ !”

 

รัวคำถามออกไปโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสได้เปิดปากตอบก็โดนร่างเล็กตรงหน้ากึ่งลากกึ่งจูงให้เข้าไปนั่งด้วยกันที่ม้านั่ง

 

 

“รุ่นพี่เปียกไปหมดแล้วนะ ! เป็นหวัดขึ้นมาจะว่าไง?! ไม่สบายขึ้นมาแล้วจะไปเรียนยังไง?”

 

 

จุนซูได้แต่อมยิ้มกับคำพูดและท่าทางที่คนตัวเล็กตรงหน้าแสดงออกมาให้เห็น

จะเรียกว่า ‘เป็นห่วง’ ได้มั้ยนะ ?

 

“พี่เป็นห่วง ไปร้านแล้วไม่เห็นโฮไง เห็นฝนมันทำท่าจะตกพี่คิดว่าโฮต้องเปียกแน่แน่เลยวิ่งตามหา”

 

“บ้าจริง ! เดินตากฝนเนี่ยนะ ? แล้วรถรุ่นพี่ไปไหนแล้วหล่ะครับ ? ไอ่ที่สีหมอกหม่นหม่นนั่นหน่ะ”

 

“ ขับรถอารมณ์แบบนี้ได้ชนคนตายพอดี ออกมาวิ่งตามหาโฮง่ายกว่าเยอะเลย”

 

อาการขับรถแบบจะชนคนตายของจุนซู

แค่คิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่จุนโฮโดนคนแปลกหน้าล้อมเป็นกลุ่มใหญ่

แล้วอยู่ดีดีก็มีรถสีเทาคันนึงพุ่งมาด้วยความเร็วสูงชนคนกลุ่มนั้น เสียงร้องโอดควรวญดังไปทั่วถนนแคบ ๆ

พวกที่ยังพอมีสติต่างพากันวิ่งหนีไปคนละทิศ ส่วนพวกที่เหลือหล่ะเหรอ ?

มันโหดร้ายเลือดสาดเกินไป ผมไม่เล่าดีกว่า

 

จุนโฮหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋านักเรียนแล้วค่อยๆเช็ดที่หน้าจุนซูอย่างเบามือ

 

“แต่พี่ก็เปียกอยู่นี่ไง ผมแข็งแรงจะตายไป ฝนแค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก

พี่นี่สิจะแย่เอา ทีหลังห้ามออกมาตากฝนแบบนี้อีกนะ”

 

จับมือเล็กของอีกคนแล้วยิ้มบางบางให้

 

“ ก็พี่เป็นห่วงโฮ แต่ยังไงก็.. ขอบคุณที่เป็นห่วงพี่นะครับ”

 

ถึงจะพยายามออกแรงดึงมือออกเท่าไหร่ร่างสูงก็ได้แต่ออกแรงจับให้มันแน่นขึ้นเท่านั้น

 

“ เป็นห่วงที่ไหนเล่า ! ถ้าพี่ไม่สบายขึ้นมา ไม่มีคนตามมันก็คงน่าเบื่อพิลึก จับทำไม? ปล่อย !”

 

“ยืมจับก่อนน่า...ตอนนี้พี่เจ็บอยู่นะ”

 

“เจ็บ? พี่ไปล้มตรงไหนมารึไง?”

 

สีหน้าของจุนโฮแสดงออกถึงความเป็นห่วงและกังวลอย่างเห็นได้ชัด

 

ยังจะมาปากแข็งอีก ?

 

“เปล่า พี่แค่เจ็บตรงนี้ มันไม่ได้เจ็บอะไรมากหรอก มันแค่เหนื่อย เหนื่อยที่ทำได้แค่เป็นห่วงอยู่ห่างๆ แล้วมันก็ท้อ ที่เหมือนความหวังที่มีอยู่มันจะไกลออกไป”

 

จุนซูจับมือของร่างเล็กตรงหน้ามาทาบที่อกข้างซ้าย .. ตำแหน่งของหัวใจ


จุนโฮได้แต่นิ่งเงียบไปหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเต้นของสิ่งที่เรียกว่า หัวใจ ของอีกคน     ที่มือของเค้า  จังหวะที่เชื่องช้าแผ่วเบาเสมือนกระแสน้ำนิ่งที่เริ่มก่อคลื่นแห่งความวุ่นวายและสับสนอยู่ภายใน

หัวใจของผู้ชายคนนี้กำลังอ่อนแรง อีกด้านหนึ่งของจุนซูที่เค้าไม่ทันได้สังเกตเห็น 

ชายผู้อ่อนโยนและอบอุ่นกับเค้ามาตลอด แต่แท้จริงแล้วลึกลึกข้างในกลับอ้างว้างและเต็มไปด้วยความเหงา

 

 

“จุนโฮ .. จากวันนั้นจนถึงเวลานี้ มันก็เกือบจะปีนึงแล้วนะ ครั้งนี้พี่ไม่รู้ว่าจุนโฮจะวิ่งหนีไปเหมือนครั้งก่อนรึเปล่า แต่ตอนนี้ฝนมันตกอยู่ .. ถ้าลำบากใจก็ยังไม่ต้องตอบหรอก จุนโฮ คือพี่ ..”

 

 

 

 

 

 

 

“ จุนโฮรักพี่นะ ”

 


 

คำคำเดียวที่หยุดทุกอย่างเอาไว้ คำคำเดียวที่ไม่คิดว่าจะหลุดออกมาจากปากของจุนโฮ

 

 

“ ว่าไงนะ ?”

 

อยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆซักที อยากรู้ว่านี่มันคือความฝันหรือเรื่องจริงกันแน่

 

อีจุนโฮรักคิมจุนซูไง ไม่ได้ยินเหรอ? เงียบแบบนี้แปลว่าปฎิเสธคำสารภาพของผมสินะ ”

 

ลุกออกจากม้านั่งแล้วเดินออกไปท่ามกลางสายฝน ทิ้งให้ร่างสูงนั่งประหลาดใจอยู่ที่เดิม

 

ที่ลุกออกไปไม่ใช่เพราะว่าน้อยใจหรืออะไรหรอก ก็ตอนนี้หน้าเค้ามันทั้งแดงอีกทั้งใจที่เอาแต่เต้นแรงจนทำอะไรไม่ถูก ถ้าจุนซูได้เห็นภาพนี้เข้าคงทำให้เสียภาพพจน์ปากร้ายหน้านิ่งของเค้าแน่

 

ไม่นานนักจุนซูก็วิ่งออกมาดักตรงหน้าคนตัวเล็กทัน

 

“คิมจุนซูก็รักอีจุนโฮรักมานานแล้ว แล้วก็รักมากมากด้วย”

 

“มาตระโกนอะไรตรงนี้ฮะ? เดี๋ยวฟ้าก็ได้ฝ่าตายหรอก.... . .. พี่จุนซู

 

ถึงแม้ว่าฝนจะกระหน่ำเทลงมาหนักขนาดไหนแต่ก็ไม่สามารถทำให้ภาพความน่ารักของคนตรงหน้าเค้าเลือนหายไปแม้แต่น้อย อีจุนโฮกลางสายฝน


ผมสีส้มสว่างที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ตาคู่เล็กที่พยายามหลบตาของเค้าด้วยความเขินอาย                             แก้มสีชมพูที่แดงระเรื่อขึ้นเรื่อย ๆ จนลามไปถึงใบหู

เสื้อนักเรียนสีขาวที่เปียกซึมจนทำให้เห็นผิวเนื้อเนียนละอ่อนภายใต้เสื้อนั้น

 

 

อีจุนโฮคนนี้ทำให้เค้าอดใจไว้ไม่ไหวจริงจริง

 

 

 

ร่างสูงของจุนซูเชิดคางร่างเล็กตรงหน้าให้หันมาสบตาเค้าซักพัก

ก่อนที่จะค่อยๆโน้มลงไปประทับจูบที่ริมฝีปากบาง ริมฝีปากอวบอิ่มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น                 ท่ามกลางสายฝนอันเหน็บหนาว  จุนโฮได้แต่หลับตาแล้วรับรู้ถึงสัมผัสอบอุ่นที่ร่างสูงตรงหน้าตั้งใจมอบให้เค้า

 

 

เป็นจูบอันอบอุ่นที่ต่างคนต่างเต็มใจมอบให้ราวกับไม่อยากผละออกจากกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นจูบแรกที่ฝังแน่นไปในความทรงจำที่ไม่อาจลืมไปชั่วชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC .  

 

 

 

 

 

 
 
 
 
- สมมุติว่าข้างบนมันเป็นเป็นหลังคาใสไว้หลบฝนได้ = . =
 
 
 
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------
 
angelparksaid ::  เม้นน้อยพี่ชานไม่ออกมาจนได้ ครุคริ =3= เฮียคนนี้แกค่าเม้นเเพงค่ะ
55555555555555555 ,, 
 
เป็นยังไงบ้างกับพาร์ทสองจุนกับจูบโรเเมนติคกุ๊กกิ๊กงุ๊กงิ๊ก(??) 
ตอนเเต่งฝนตกหนักจริงๆค่ะ ฝ้าฝ่าเเบบพาโนราม่า 20 นาทีได้ ไฟดับ 4 ชั่วโมง Y ^ Y
เป็นความทรงจำเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ของพี่น้องจุนค่ะ 
ความทรงจำส่งท้าย (?) 
พาร์ทหน้าจะมีอะไร? ใครจะมา? =[]= !
อันนี้ก็เเล้วเเต่เม้นนะ ~ ฟิ้ววว วว ว  
 
รักคนเม้น >33 , อ่านเเล้วต้องเม้น 1 เม้นทำให้คิดได้ 1 บรรทัด 10 เม้นคิดเรื่องได้หน้านึง
 
 
เม้นเม้นเม้นเม้น  
 
 
 

edit @ 26 Apr 2011 22:26:37 by 'Anglepark